“เมื่อก่อนทำพืชเชิงเดี่ยว ปลูกมะละกอ 15 ไร่ แต่ขาดทุนจากไวรัสในปี 57 เลยยกพื้นที่ให้ญาติๆ ปลูกข้าวและแตงไทย เข็ดขยาดกับพืชเชิงเดี่ยว หันมาทำเกษตรผสมผสานบนที่ดิน 1 ไร่ เพราะต้องการแสดงให้คนอื่น โดยเฉพาะคนจนเห็นว่า คนรุ่นใหม่ไม่ใช่มีแต่กินเที่ยวไปวันๆ แต่สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืนในพื้นที่แค่ 1 ไร่ จากการทำเกษตรโดยใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด”


ฤทัยรัตน์ สุวรรณเจริญ พนักงานราชการ กรมวิชาการเกษตร ผู้ใช้เวลาว่างพัฒนาพื้นที่ 1 ไร่ ใน ต.วังธง อ.เมืองแพร่ ให้กลายเป็นแหล่งทำกินอย่างยั่งยืน...ก่อนอื่นต้องมีหัวใจรักษ์เกษตร พัฒนาพื้นที่อย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากเขียนผังว่าจะทำอะไร วางแผนการตลาด ทำสิ่งแปลกใหม่ที่ผู้บริโภคต้องการ ที่สำคัญงานที่ทำต้องเหมาะกับตัวเอง ไม่ทำอะไรเกินตัว

    ส่วนจุดเริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรม ฤทัยรัตน์ เล่าว่า เริ่มจากสร้างโรงเรือนอย่างง่าย ขนาด 4.5×16 ม. เพื่อปลูกสตรอเบอรี่ 1,000 ต้น ขุดสระน้ำ 1 งาน เป็นทั้งที่เก็บน้ำ เลี้ยงปลานิล ปลาบ้า ปลายี่สก ประมาณ 15,000 ตัว ให้แกลบ ผักบุ้งที่ปลูกในบ่อเศษ แตงไทยที่แตกเป็นอาหาร ริมบ่อและพื้นที่ว่างปลูกผักสวนครัว

    นอกจากนั้น ยังมีโรงเรือนปลูกมะเดื่อฝรั่งขนาด 8×16 ม. เพื่อตอนกิ่งพันธุ์ไว้ขาย เพาะพันธุ์มะละกอตามออเดอร์ที่ได้ พื้นที่ว่าง 4.5×6 ม. เพาะไส้เดือนขาย และนำมูลมาทำปุ๋ย โรงเรือนทำผักไฮโดรโปนิกแบบประหยัดต้นทุนขนาด 4.5×19 ม. ส่วนพื้นที่ว่างริมบ้าน เลี้ยงกุ้งก้ามแดงในกะละมัง บ่อผ้าใบ ขนาด 8×9 ม. ทดลองเลี้ยงกุ้งขาว และเตรียมทำโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่